ทำไมเว็บเราโหลดช้าจัง?

ความเร็วของเว็บไซต์มีผลต่อความพึงพอใจของลูกค้านะครับ ถ้าเข้าเว็บมาแล้วต้องมาเสียเวลารอเว็บโหลดเสร็จอยู่นานสองนาน เชื่อว่าลูกค้าคุณคงไม่แฮปปี้แน่นอนและโอกาสที่คุณจะได้ลูกค้าเพิ่มก็เสียไปด้วย แถมกูเกิ้ลยังใช้ความเร็วของเว็บไซต์ (web speed) เป็นมาตรฐานในการจัดอันดับเว็บไซต์ที่โชว์เวลาลูกค้าค้นหาข้อมูลจาก google search ด้วย (เวลามาตรฐานคือควรต่ำกว่า 3 วินาที) ถ้าเว็บของคุณโหลดช้า ก็คงจะถูกจัดไปอยู่ในอันดับท้ายๆ นั่นก็ส่งผลแย่เพราะลูกค้าก็เลือกที่จะเข้าไปดูเว็บที่อยู่ในอันดับต้นๆ ก่อน มาดูกันว่าอะไรที่ทำให้เว็บของคุณโหลดช้า

 

1.อินเตอร์เน็ตคุณช้า

สิ่งแรกที่ต้องเช็คก็คือความเร็วของอินเตอร์เน็ตที่ใช้ (ไม่ว่าจะที่บ้าน ที่ออฟฟิศหรือเน็ตมือถือ) ถ้าเน็ตช้า ยังไงเว็บคุณก็ต้องโหลดช้าแน่นอน วิธีการคร่าวๆ ก็คือใช้ Internet Speed Test หรือลองเข้าเว็บอื่นๆ ดูแล้วเช็คว่าช้าเหมือนเว็บเราหรือเปล่า ถ้าเว็บทั้งหมดที่ตรวจดูโหลดช้าเหมือนกันหมดก็แสดงว่าน่าจะเป็นที่ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของคุณแล้ว แต่ถ้าเว็บอื่นเร็วปกติก็แสดงว่าเว็บของเราอาจจะมีปัญหา

เรามีบริการตรวจสอบความเร็วของเว็บไซต์ฟรี คุณสามารถเข้าไปลองใช้บริการได้ ที่นี่  

2.คุณใช้เว็บโฮสติ้งที่ไม่มีประสิทธิภาพ

บางครั้งสาเหตุที่เว็บของคุณโหลดช้าก็มาจากเว็บโฮสติ้งที่ไม่มีคุณภาพ โดยเฉพาะเรื่องเซิฟเวอร์เพราะเซิฟเวอร์ก็เปรียบเสมือนเครื่องยนต์ เมื่อคนเข้าเยี่ยมชมเว็บคลิ๊กที่เว็บไซต์คุณก็เหมือนการเสียบกุญแจเพื่อสตาร์ทรถเพื่อให้เครื่องยนต์ติด สิ่งแรกที่เกิดขึ้นก็คือเบร้าเซอร์ (เช่น Safari, Chrome) ส่ง ping ไปยังเครื่องเซิฟเวอร์เพื่อขอรายละเอียดและข้อมูลเพื่อที่จะโหลด (ดู) เว็บ ถ้าเซิฟเวอร์ประสิทธิภาพไม่ดีมันก็จะใช้เวลานานในการตอบสนองถึงแม้ว่าอย่างอื่นจะเร็วแค่ไหนก็ตาม นั่นหมายความว่าถ้าเซิฟเวอร์ทำงานช้า ทุกอย่างก็จะเริ่มช้านั่งเอง การใช้เว็บโฮสติ้งราคาถูก (หรือฟรี) มักจะเป็นแบบการแชร์ความเร็วและพื้นที่กับเว็บอื่นๆ ซึ่งมีข้อเสียคือทำให้เว็บของคุณโหลดช้า ยิ่งถ้าคุณแชร์กับเว็บที่มีคนเข้าชมเยอะๆ นั่นจะทำให้เว็บของคุณยิ่งช้าเข้าไปอีกเพราะเว็บนั้นดูดเอาทรัพยากรไปใช้หมด

*ถ้าอยากเปลี่ยนผู้ให้บริการ ลองดูแพ็คเกจเว็บโฮสติ้งของเราได้ ที่นี่ นะครับ    

3.เซิฟเวอร์ไม่อยู่ในไทย

ข้อนี้สำคัญเพราะตำแหน่งของเซิฟเวอร์กับตำแหน่งของลูกค้า (ผู้เข้าชมเว็บ) มีความสัมพันธ์กัน ถ้าทั้งสองอย่างอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน เวลาในการโหลดเว็บก็จะทำได้รวดเร็ว เช่นคนดูอยู่ในไทย เซิฟเวอร์อยู่ในกรุงเทพ เป็นต้น แต่ถ้าไม่อยู่ด้วยกัน เช่น เราจะเข้าดูเว็บที่กรุงเทพแต่เซิฟเวอร์ของเว็บนั้นอยู่อเมริกา เวลาในการโหลดก็จะนานกว่าปกติ นี่แหล่ะที่จะส่งผลต่อความประทับใจในการเข้าเว็บของลูกค้าด้วย

4.ข้อมูลใน database มีเยอะเกินไป

เมื่อตอนที่เว็บยังใหม่อยู่ แน่นอนว่ามันสามารถโหลดได้รวดเร็วทันใจแต่พอนานไป ก็จะเริ่มช้าลงๆ ทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่าเว็บของคุณเก็บฐานข้อมูลหรือ database ไว้เยอะและเว็บไซต์เองก็มีความซับซ้อนมากขึ้นด้วย สำหรับการแก้ปัญหานี้ก็ลองเข้าไปทดสอบความเร็วของเว็บไซต์ดูเพื่อที่จะหาว่า database มีปัญหาอะไรบ้าง เช่นไฟล์ไหนที่ใช้เวลาโหลดนานจนเป็นตัวถ่วง ฯลฯ   

5.คนเข้าชมเยอะ

การที่คนเข้าชมเว็บไซต์ของคุณเยอะแล้วทำให้มันต้องใช้เวลาโหลดนานมากขึ้นถือว่าเป็นสาเหตุปกติเพราะว่าเดิมทีเซิฟเวอร์ได้กำหนดจำนวนคนเข้าชมไว้ที่ระดับหนึ่งเท่านั้น ถ้าตอนนี้คนเข้าชมมีเยอะกว่าที่กำหนดไว้มันก็เหมือนการเข้าคิวรอเข้าร้าน ยิ่งถ้าคนมาเยอะก็ต้องรอนานข้ึนกว่าเดิม ทางออกก็คืออาจจะต้องอัพเกรดแพ็คเก็จเว็บโฮสติ้งที่สามารถรองรับปริมาณการเข้าชมได้มากกว่าหรือเพิ่ม add on ที่ผู้ให้บริการจัดไว้ให้สำหรับกรณีนี้โดยเฉพาะ    

6.ไฟล์ใหญ่หรือไฟล์บางประเภทใช้เวลาโหลดนาน

สมัยก่อนที่อินเตอร์เน็ตยังไม่เร็ว เวลาเราเข้าเว็บที่มีรูปใหญ่ๆ เว็บจะโหลดนานมากแทบจะเป็นนาทีกว่าจะโหลดเสร็จ สมัยนี้ก็เช่นกันแม้อินเตอร์เน็ตจะเร็วขึ้นแต่หลักการนี้ก็ยังไม่เปลี่ยน นั่นคือถ้าในหน้าเว็บไซต์มีรูปที่เป็นไฟล์ขนาดใหญ่ ก็ต้องใช้เวลาโหลดนานเช่นกัน (แต่อาจจะไม่ต้องรอเป็นนาทีเหมือนเมื่อก่อน)​ ดังนั้นการแก้ปัญหาก็คือไม่ใช้ไฟล์ขนาดใหญ่หรือมีบางเว็บที่ใช้รูปแสดงผลข้อความ แทนที่จะใช้ไฟล์ text ทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่กว่าซึ่งคุณควรเลี่ยงวิธีการแบบนี้ นอกจากนี้ ประเภทของไฟล์ก็มีผลต่อการโหลดเช่นกัน เช่น ไฟล์ jpg, png, gif ก็จะใช้เวลาโหลดน้อยกว่า tiff, bmp เป็นต้น

 7.มีปลั๊กอินเยอะเกินไป

ถ้าหากคุณใช้ WordPress ทำเว็บไซต์ คุณน่าจะได้ปลั๊กอินหลายอย่างซึ่งแต่ละอันมีไฟล์ CSS และก็ javascript ที่ต้องโหลด นั่นหมายความว่า ยิ่งมีปลั๊กอินเยอะก็ต้องโหลดเยอะ นั่นยิ่งจะทำให้เสียเวลา ผลก็คือเว็บโหลดนานขึ้นนั่นเอง ดังนั้นควรจะเลือกเอาที่จำเป็นไว้แล้วคัดที่เหลือออกไป

8.การ redirect ที่ไม่จำเป็น

การใช้ redirect ที่ไม่จำเป็นก็เหมือนกับการหาทางไป TCDC ที่เอ็มโพเรี่ยม แต่เมื่อคุณเดินไปถึงแล้วพบว่ามันปิดและย้ายไปเปิดที่แถวเจริญกรุงแทน แล้วคุณต้องฝ่ารถติดไป มันใช้เวลานานใช่ไหมล่ะ นั่นแหล่ะ การใช้ redirect ก็เหมือนการโหลดเพจซ้ำสองรอบ ถ้าไม่มีความจำเป็นต้องใช้ทางเราก็ไม่แนะนำให้ใช้

 

Photo by bruce mars on Unsplash

เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สุด เมื่อคุณจะต้องทำงานจากที่บ้าน

By Rutger | March 18, 2020 | 0 Comments

อีกวิธีหนึ่งในการชะลอการแพร่กระจายของไวรัส โควิด-19 (เพื่อช่วยให้โรงพยาบาลพร้อมรองรับผู้ป่วย ได้เต็มความสามารถของพวกเขา) ก็คือการทำงานจากที่บ้าน และเหมือนว่าในชั่วข้ามคืน การทำงานที่บ้าน กลายเป็นส่วนหนึ่งของหลายคน แนวคิดของการทำงานที่บ้านนั้น ไม่เหมือนกับการนั่งทำงานที่ออฟฟิสด้วยกัน ในขณะที่คุณประหยัดเวลาในการเดินทาง แต่อาจจะมีผลกระทบต่อด้านการผลิตหรือชิ้นงานของคุณ การทำงานเป็นทีม และด้านสังคมอาจได้รับผลกระทบไปด้วย เราจึงรวบรวมเครื่องมือต่างๆ เพื่อช่วยให้คุณสามารถเปลี่ยนจากออฟฟิศไปเป็นโฮมออฟฟิศได้ง่ายขึ้น ด้วยแอปพลิเคชั่นสำหรับการจัดการการแชร์ไฟล์ การประชุมผ่านเว็บ การสื่อสารเป็นทีม หรือ แม้แต่แอปพลิเคชั่น ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับการทำงานที่บ้าน: Google Hangouts – Meet / Skype / Zoom – แฮงเอาท์วิดีโอ (ส่วนใหญ่ฟรี) Slack.com – การส่งข้อความ การโทรด้วยเสียง และวิดีโอฟรี (แต่ต้องจ่ายสำหรับ Screen Sharing) Basecamp.com – การจัดการการปฏิบัติงานต่างๆ (ต้องจ่าย) Trello.com – เปลี่ยนจากกระดาษที่วางบนโต๊ะไปเป็นการใช้ด้วยดิจิตอลโฟลว์ (ส่วนใหญ่ฟรี) Timesheetr.com – ติดตามเวลาทำงาน (ฟรีสำหรับผู้ใช้งานหนึ่งคน ข้อโปรแกรมนี้ทางเราสร้างขึ้นมาเอง) G Suite…

อัปเดตข่าวสาร Cloud hosting สำหรับเอเจนซี่

By Rutger | July 12, 2019 | 0 Comments

Code Orange เรามีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะช่วยปรับปรุงเรื่องความเร็ว ความปลอดภัย และการบริการของเว็บไซต์ในประเทศไทย เราอยากจะแชร์สิ่งดีๆ ให้กับคุณ และ agency ของคุณ

ปีนี้เราทำอะไรบ้าง

By Rutger | May 1, 2019 | 0 Comments

ปีนี้เราทำอะไรบ้าง: เราพร้อมที่จะสร้างพันธมิตรใหม่ๆ สำหรับ agency partners ขยายโครงสร้าง Cloud ของเราทั่วกรุงเทพมหานคร เป็นส่วนหนึ่งของ co.th partner เพิ่ม “page monitor” ใน control panel เป็นการแจ้งเตือนของเว็บไซต์ให้คุณรู้ เมื่อเว็บไซต์ไม่ทำงาน มี TLD ของโดเมนให้เลือกกว่า 2,000+ รายการในราคามาตรฐาน มีแพ็คเกจ และโปรโมชั่นใหม่ มี SEO module ติดตั้งในเว็บเซิร์ฟเวอร์

Announcement of acquisition VhostWeb

By robert | September 17, 2019 | 0 Comments

ขอประกาศให้ท่านทราบว่า ณ ปัจจุบัน VhostWeb ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจโค้ดออเรนจ์แล้ว โดยก่อนหน้านี้เป็นธุรกิจลูกของ Clicksee Network VhostWeb เป็นผู้ให้บริการโฮสติ้งที่มีคุณภาพ มุ่งเน้นไปที่ธุรกิจและผู้ใช้บริการเว็บไซต์รายย่อย เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2544 โดยการซื้อกิจการครั้งนี้ Code Orange ได้ทั้ง infrastructure และทีมซัพพอร์ตที่มีประสบการณ์ ที่จะเติบโตไปกับพร้อมกับการให้บริการโฮสติ้งที่มีคุณภาพ VhostWeb ยังคงดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และเป็นอิสระในการทำงานภายใต้ชื่อองค์กรเดิม

กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอันใหม่ของ EU มีผลบังคับใช้แล้ว

By robert | October 11, 2018 | 0 Comments

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา EU ได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองสหภาพยุโรปหรือ General Data Protection Regulation (GDPR) อย่างเป็นทางการแล้วซึ่งกฎหมายนี้กระทบต่อผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มาดูกันว่ามีอะไรเกี่ยวข้องกับเราบ้าง

จดทะเบียนโดเมน .co.th กับ Code Orange ได้แล้ววันนี้

By robert | August 16, 2018 | 0 Comments

คุณกำลังมองหาโดเมนภายใต้ .co.th อยู่หรือไม่ ถ้าใช่ก็มาหาเราได้เลย

ทำงานใน WordPress ได้ง่ายขึ้นด้วย Gutenberg

By robert | August 14, 2018 | 0 Comments

เชื่อว่าผู้ใช้ WordPress น่าจะทราบข่าวบ้างแล้วว่าทาง WordPress เตรียมตัวที่จะยกเครื่อง editor ใหม่ในเวอร์ชั่น 5.0 ที่จะเข้ามาแทนตัวปัจจุบันอย่างเป็นทางการภายในสิ้นปีนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ใน WordPress เวอร์ชั่น 4.9.8 ที่เพิ่งปล่อยออกมาไม่กี่วันนี้ ก็มี Gutenberg มาให้ทดลองใช้แล้ว

ทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ปลอดภัยแค่ไหน?

By robert | August 9, 2018 | 0 Comments

ธนาคารพาณิชย์ 2 แห่งถูกแฮ็คเกอร์มือดีขโมยข้อมูลส่วนตัวลูกค้ากว่าแสนราย แล้วเราจะมั่นใจได้แค่ไหนว่าข้อมูลของเราปลอดภัย?

ปีนี้คนไทยใช้อินเตอร์เน็ตเยอะกว่าปีที่แล้ว

By robert | August 2, 2018 | 0 Comments

เคยสงสัยไหมครับว่าวันหนึ่งเราใช้เวลาอยู่ในโลกออนไลน์นานขนาดไหน?

วันนี้ Chrome เริ่มเตือนเว็บที่ไม่มี SSL อย่างเป็นทางการแล้ว

By robert | July 26, 2018 | 0 Comments

หลังจากที่มีข่าวมาสักระยะเกี่ยวกับ Google Chrome จะแจ้งเตือนเว็บไซต์ที่ไม่มี SSL ให้ผู้เข้าชมเว็บทราบ วันนี้ Chrome ได้ฤกษ์เริ่มต้นแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการแล้ว